โนราโรงครู

19480 ครั้ง |

ชื่อเรียกอื่น :
เดือนที่จัดงาน : พฤษภาคม,มิถุนายน
เวลาทางจันทรคติ : ขึ้น 3 ค่ำ, 4ค่ำ ถึง ขึ้น 15 ค่ำ เดือนหก
สถานที่ : วัดท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง
ภาค / จังหวัด : ภาคใต้
: พัทลุง
ประเภท : ประเพณีเกี่ยวกับการรักษาโรค,ประเพณีเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองและเพื่อสิริมงคล
ประเพณีที่เกี่ยวข้อง :
คำสำคัญ : โนรา, พัทลุง
ผู้เขียน : ปิยธิดา หนูสาย
วันที่เผยแพร่ : 19 ก.ย. 2561
วันที่อัพเดท : 19 ก.ย. 2561

โนราโรงครู

ในภาคใต้ "มโนราห์หรือโนรา"  เชื่อกันว่าเป็นประเพณีวัฒนธรรมซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษมาตั้งแต่ครั้งอาณาจักศรีวิชัย บรรพบุรุษผู้ให้วิชาศิลปะโนราตั้งแต่แรกเริ่มจึงได้รับการบูชาให้เป็นดั่ง “ครู” มาทุกยุคทุกสมัยจวบจนปัจจุบัน การปฏิบัติต่อศิลปะแขนงนี้ให้ถูกต้องตามขนบสังคมปฏิบัติจึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งครูในที่นี่ก็หมายถึง “ครูหมอโนรา” หรือ “ครูหมอตายาย”  เหล่านี้เป็นความเชื่อเรื่องผีในวัฒนธรรมโนรา “โนราโรงครู” การจัดพิธีนี้เชื่อว่าจะนำความเจริญมาสู่ลูกหลาน เป็นพิธีกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเอาใจผีบรรพบุรุษที่ดูแลปกปักรักษาลุกหลาน ตลอดจนได้ช่วยเหลือทุกข์ยากต่างๆ โดยมีนายโรงโนราเป็นผู้ดำเนินพิธี (เธียรชัย อิศรเดช, 2544:99)

จากคำกล่าวที่ว่า "โนรามีครู" แสดงให้เห็นถึงการให้เกียรติและเคารพต่อศิลปะวัฒนธรรมแขนงนี้ มิใช่ใครก็ได้ที่จะสามารถรำโนราได้หากยังไม่ "ครอบครู" หรือ “ครอบเทริด”

“พิธีครอบเทริดโนราหรือผูกผ้าใหญ่ ถือเป็นพิธีกรรมที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เชื่อกันว่าเป็นพิธีกรรมที่ขลังและศักดิ์สิทธิ์ มีความสำคัญในการสืบทอด รับรองความรู้ความสามารถที่จะแสดงโนราและเป็นโนราใหญ่หรือนายโรงโนราต่อไปข้างหน้า กล่าวคือหากโนราคนใดไม่ผ่านพิธีกรรมครอบเทริดโนราจะไม่ได้รับการยอมรับ และเรียกว่า “โนราดิบ” (โอภาส อิสโม, 2544:27)

ปกติโนราเล่นกันสองโอกาสคือ เล่นในการบันเทิงทั่วไปทั้งกลางวันกลางคืน อาจเล่นโรงเดียวหรือหลายโรงก็ได้ กับเล่นในพิธีกรรมเรียกว่า “โนราโรงครู” ซึ่งเป็นการตั้งโรงโนราเพื่อประกอบพิธีกรรมต่างๆ เช่น งานแก้บนของชาวบ้านแต่ละสายตระกูลที่มาว่าจ้างโนราไปตั้งโรงครูให้ งานผูกผ้าใหญ่ที่ตั้งโรงครูเพื่อทำพิธีแก่โนราใหม่ สำหรับการแต่งกายตามตำนานเครื่องแต่งตัวของโนราเป็นเครื่องทรงของกษัตริย์ซึ่งเชื่อว่าพระยาสายฟ้าฟาดประทานให้พ่อขุนศรัทธา ประกออบด้วย เทริด สังวาลทับทรวง ปั้นแหน่ง ผ้าห้อยหน้า (หน้าผ้า) สนับเพลา หางหงส์ (ปีก) กำไลต้นแขน กำไลปลายแขน  เดิมที่โนราจะไม่สวมเสื้อ โนราใหญ่สวมเครื่องทรงและสวมเทริด ส่วนโนราคนอื่นๆ จะแต่งเหมือนกันแต่ไม่สวมเทริด ในสมัยรัชกาลที่ 6 โนราใส่อินทรนู ทับทรวง และปีกแอ่นแทนลูกปัด แต่เมื่อมีโนราหญิงในช่วงสมัยรัชกาลที่ 9 จึงเริ่มสวมเสื้อและมีลูกปัดเข้ามา โนราหญิงไม่สวมเทริดและกำไลต้นแขน ทับทรวงและปีกแอ่น แต่ปัจจุบันโนราสามารถสวมเทริดได้ทุกคนและเพิ่มถุงเท้าดข้าไปด้วย (เธียรชัย อิศรเดช, 2542:89)

การประกอบพิธีโนราโรงครูนั้น แบ่งออกเป็นสองลักษณะ หนึ่งคือ โนราโรงครูใหญ่ หมายถึง การรำโนราโรงครูอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะต้องทำต่อเนื่อง 3 วัน 2 คืน ในช่วงเดือน 3 เดือน 6 เดือน 9 หรือช่วงเดือนมีนาคมถึงกันยายน โดยจะเริ่มในวันพุธไปสิ้นสุดในวันศุกร์ และจะต้องกระทำเป็นประจำทุกปี หรือทุกสามปี หรือทุกห้าปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติของโนราแต่ละสาย และโนราโรงครูเล็กใช้เวลา 1 วัน 1 คืน โดยปกติจะนิยมเริ่มในตอนเย็นวันพุธ แล้วไปสิ้นสุดในวันพฤหัสบดี  (กรมส่งเสริมวัฒนธรรมกระทรวงวัฒนธรรม, 2559:73)

ประพนธ์ เรืองนรงค์ (2550:185) กล่าวถึงโนราโรงครูว่า เดือนหกทุกปี โนราประกอบพิธีไหว้ครู หรือไหว้ครูหมอโนรา เรียกว่า “โนราโรงครู” หรือ โนราลงครู คือครูหมอโนราเข้าทรง โนราทุกคนต้องร่ายรำต่อหน้าเครื่องสังเวยบูชาครู ถ้ารำไม่ดีครูให้โทษ เจ็บไข้ได้ป่วย ถ้ารำดีครูจะให้คุณ อยู่เย็นเป็นสุข และมีความเชื่อว่าตระกูลใดพ่อแม่ปู่ย่าตายายเป็นโนรามาก่อน  ลูกหลานตระกูลนั้นจะต้องเป็นโนราสืบต่อไปอย่างน้อยเพียง 1 คน ในหมู่พี่น้อง ถ้าไม่มีผู้ใดสืบโนราต่อลูกหลานจะมีอันเป็นไป  นอกจากไหว้ครูแล้วยังมีพิธีครอบครูเป็นโนราใหญ่ ซึ่งเรียกว่า ครอบเทริด มีพิธีแก้บนหรือแก้เหมรย มีพิธีตัดจุกลูกหลานโนรา รวมทั้งพิธีเหยียบเสน โดยเชื่อกันว่าผีเจ้าเสนมาทำเครื่องหมายไว้ที่ผิวหนังของผู้ที่จะสืบโนราต่อไป   

โนราโรงครูที่โด่งดังและเป็นที่เคารพนับถือของผู้คนในภาคใต้เป็นอย่างมากนั้นถือ “โนราโรงครูท่าแค” ณ วัดท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ชาวบ้านมีความเชื่อว่าเป็นสถานที่แรกที่กำเนิดโนรา  มีหลักฐานสำคัญคือหลักพ่อขุนศรีศรัทธา ซึ่งเป็นดังปรมาจารย์โนรา ตั้งประดิษฐานอยู่คู่วัดมายาวนานหลายร้อยปี  “ตำนานขุนศรัทธาท่าแคเป็นตำนานท้องถิ่นในเขตตำบลท่าแคที่กล่าวถึงครูโนราคนสำคัญ คือ ขุนศรีศรัทธา ซึ่งชาวบ้านท่าแคเรียกโนราโรงครูใหญ่วัดท่าแคว่า “โรงครูขุนทา” เพราะเชื่อกันว่าวัดท่าแคหรือบ้านท่าแคเป็นเป็นที่อยู่ของขุนศรีศรัทธา และครูโนราคนอื่นๆ” (พิทยา บุษรารัตน์, 2535: 51)

สำหรับพื้นที่ในการประกอบพิธีกรรมนั้นชาวบ้านท้องถิ่นจะเรียกว่า “โรงโนรา”  โดยโรงโนราสำหรับพิธีกรรมไห้วครูมีการปลุกสร้างอย่างง่ายๆ มีเพียงหลังคา ไม่ยกพื้น ไม่มีฉากกั้น ใช้ไม้ไผ่ทำพนักกั้นทั้ง 4 ด้าน มีเสื่อปูพื้น ลูกคู่รับเรียกว่า "ขานแอ"  จากนั้นนายโรงโนราเป็นผู้นำไหว้ครู กาศครู โดยอัญเชิญวิญญาณครูที่ล่วงลับไปแล้วมาในพิธี  ในพิธีมีเครื่องเบิกโรงประกอบด้วย หมาก พลู ธูป เทียน ข้าวสาร เงิน เรียกเงินนี้ว่า “เงินกาศครู” นอกจากครูที่ล่วงลับไปแล้วหรือเรียกว่าตายายโนรา ยังมีครูต้นที่ให้กำเนิดโนราได้แก่ นางศรีมาลาหรือศรีคงคา และ อจิตกุมารหรือเทพสิงขร การรำเบิกโรงมักเป็นเด็กแต่งชุดโนรา 1-2 คน เริ่มด้วยการกราบครุ หรือนบครู  เสร็จแล้วจึงรำหน้าครูด้วยการรำ 12 ท่า คืนแรกอาจรำไม่ครบทั้งหมด แค่คืนหลังต้องรำให้ครบสมบูรณ์ พร้อมกับมีพิธีครอบเทริดเป็นโนราใหญ่ โดยเล่นทำบทให้ครบ 12 เรื่อง ได้แก่  1. พระสุธน-มโนห์รา 2. พระรถเมรี 3. ลักษณวงศ์ 4. โคบุตร 5. สังข์ทอง 6. ดาราวงศ์ 7. พระอภัยมณี 8. จันทโครพ 9. สินนุราช 10 สังข์ศิลป์ชัย 11. ยอพระกลิ่น 12. ไกรทอง  และช่วงเวลาของการจัดพิธีกรรมดังกล่าว ณ วัดท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง นั้นกำหนดเป็นวันพุธสัปดาห์ที่สองของเดือนหกหรือเดือนอื่นที่ตรงตามธรรมเนียมปฏิบัติกันมา โดยมีพิธีกรรมที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาทั้ง 3 วัน ดังนี้  (ประพนธ์ เรืองณรงค์, 2550:186-187)

วันที่ 1 วันพุธ : โนราเข้าโรง ทำพิธีไหว้ภูมิ พิธีตั้งบ้านตั้งเมือง

วันที่ 2 วันพฤหัสบดี : พิธีเชิญครู (กาศครู) พิธีบวงสรวงครู พิธีแห่ผ้าผูกต้นโพธิ์ รำถวายศาล พิธีรำแก้บน การเหยียบเสน ออกพราน รำ 12 คำพลัด

วันที่ 3 วันศุกร์ : เชิญตายายเข้าทรงในร่างทรง พิธีรำแก้บน พิธีตัดเหมย การเหยียบเสน แก้บนออกพราน รำคล้องหงส์ จับบทสิบสอง รำแทงเข้ พิธีบูชาตายาย (หากวันสุดท้ายเป็นที่ตรงกับวันพระจะไม่ทำพิธีกรรมใด ๆ และจะเลื่อนเป็นวันถัดไปแทน)

ครูหมอโนราคือบรรพบุรุษของโนรา บางครั้งเรียกว่า ครูหมอตายาย เป็นที่นับถือของคนในท้องถิ่นและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในยามตกทุกข์ได้ยากหรือหากเมื่อถึงคราวเจ็บป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ จะมีครูหมอมาประทับทรงเพื่อหาวิธีรักษา ในขณะเดียวกันครูหมอโนรายังเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านด้านความเชื่อที่มีส่วนในการสร้างความมั่นคงของชุมชน และเป็นกลไกอันแยบยลในการควบคุมดูแลคนในชุมชนให้ประพฤติปฏิบัติตนโดยตั้งอยู่ในคุณธรรม ความดีงาม ถูกทำนองครองธรรม เพราะหากทำสิ่งใดผิดจารีต ครูหมอก็สามารถดลบรรดาลให้มีอันเป็นไปได้  (กรมส่งเสริมวัฒนธรรมกระทรวงวัฒนธรรม, 2559:74)

ในการทรง ถ้าเจ้าภาพต้องการคนทรงกี่คนก็กำหนดให้นายโรงทราบ คนทรงที่รำโนราไม่เป็น เมื่อครูโนราเข้าทรงจะรำได้ทันที โนราชื่อ เชียร  ลยะมณี ชาวไทรบุรีเล่าว่า คนทรงพูดภาษาไทยอย่างชาวไทรบุรี เมื่อครูหมอเข้าทรงแล้ว จะออกเสียงเป็นชาวนครศรีธรรมราชอย่างชัดเจน เขาสันนิษฐานว่าครูหมอโนราเดิมอาจเป็นชาวนครศรีธรรมราชแล้วอพยพมาอยู่ที่ไทรบุรี (ประพนธ์ เรืองณรงค์, 2550:187)

อย่างไรก็ตามการนับถือบูชาครูหมอโนรา และพิธีโนราโรงครู ยังคงสืบทอดต่อมาอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันก็ยังคงมีปรากฏให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของลูกหลานที่รำสืบทอดศิลปะโนรา หรือหากลูกหลานไม่สามารถรำสืบทอดต่อได้ก็จะจัดทำหิ้งบูชาไว้ที่บ้าน โดยแยกออกจากหิ้งบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ไม่นำไปบูชารวมกัน ซึ่งมีชื่อเรียกเฉพาะว่า "หิ้งโนรา"  ศาสตร์แห่งครูหมอโนราถือได้ว่าเป็นครูที่แรงมากหากเทียบกับศิลปะการร่ายรำแขนงอื่น  เธียรชัย อิศรเดช (2542:101) กล่าวถึงเครื่องโนราเป็นของสูงว่า เครื่องโนรามีสถานะเหมือนหัวโขนหรือเครื่องดนตรีไทย เป็นของสูงของมีครูที่จะหลบลู่ไม่ได้ เมื่อไม่มีงานต้องเป็นไว้บนหิ้งอันสมควร เมื่อมีงานต้องบูชาก่อนสวมใส่ ห้ามข้าม ห้ามกรายใกล้ เป็นเครื่องแสดงความเคารพต่อครูหมอ ตาหลวง และตายาย


บรรณานุกรม

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2559. วิถีชีวิตและภูมิปัญญา. กรุงเทพ:รุ่งศิลป์การพิมพ์.

ประพนธ์  เรืองณรงค์, 2550. เรื่องเล่าเมืองใต้. กรุงเทพ:สถาพรบุ๊คส์.

เธียรชัย อิศรเดช, 2542. นัยทางสังคมของพิธีโนราโรงครู: กรณีศึกษาบ้านบ่อแดง. วิทยานิพนธ์สาขามานุษยวิทยามหาบัณฑิต ภาควิชามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2542.

โอภาส อิสโม, 2544. ศึกษาพิธีครอบเทริดโนรา. วิทยานิพนธ์ตามหลักสูตรปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ.

พิทยา บุษรารัตน์, 2535. โนราโรงครูตำบลท่าแค อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง. ปริญญานิพนธ์หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต วิชาเอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.