| ชื่อเรียกอื่น | : |
|---|---|
| เดือนที่จัดงาน | : เมษายน,ตุลาคม |
| เวลาทางจันทรคติ | : วันขึ้นปีใหม่เมือง, วันสงกรานต์, ออกพรรษา |
| สถานที่ | : อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ : บ้านห้วยหมี อ.บ่อเกลือ จ.น่าน : บ้านบ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ : บ้านห้วยทรายขาว อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน |
| ภาค / จังหวัด | : ภาคเหนือ : เชียงใหม่ : น่าน |
| ประเภท | : ประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์,ประเพณีเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองและเพื่อสิริมงคล |
| ประเพณีที่เกี่ยวข้อง | : พิธีกรรมเกี่ยวกับการเกิดของชาวลัวะ |
| คำสำคัญ | : ลัวะ,ชาติพันธุ์ |
| ผู้เขียน | : สุวิภา จำปาวัลย์ |
| วันที่เผยแพร่ | : 28 ม.ค. 2565 |
| วันที่อัพเดท | : 28 ม.ค. 2565 |
ลัวะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์เก่าแก่ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตภาคเหนือของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และน่าน โดยกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่รอยต่อติดกับแม่ฮ่องสอน มีทั้งที่แยกตัวอยู่บนพื้นที่สูงบนภูเขาใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง มีการปฏิสัมพันธุ์กับกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่เดียวกัน และกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ราบร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์ไท มีการปรับตัวให้เข้ากับความทันสมัยในพื้นที่ติดกับสังคมเมือง ขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในจังหวัดน่าน เป็นพื้นที่ๆ ที่ชาวลัวะอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น และมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับลัวะในเมืองไชยสถาน สปป.ลาว มาแต่ประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน
พิธีกรรมการเลี้ยงผีบรรพบุรุษ ของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในจังหวัดน่าน
การเลี้ยงผีบรรพบุรุษ เป็นการทำพิธีเพื่อระลึกถึงปู่ย่า ตายาย เป็นพิธีกรรมในระดับครัวเรือน และสายตระกูล ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการบอกกล่าวให้ผีบรรพบุรุษได้ช่วยปกปักรักษาลูกหลาน ให้อยู่ดีกินดี ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ การเลี้ยงผีบรรพบุรุษของชาติพันธุ์ลัวะในเมืองน่านคล้ายกับการเลี้ยงผีบรรพบุรุษของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในเมืองเชียงใหม่ และกลุ่มชาติพันธุ์ไทพื้นราบ
ช่วงเวลาเลี้ยงผีบรรพบุรุษ ส่วนใหญ่จัดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ เช่น วันสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่เมือง เมื่อลูกหลานอยู่กันพร้อมหน้าจะเลี้ยงผีบรรพบุรุษด้วยของเซ่นไหว้ คือ ไก่ต้ม เหล้า พร้อมสรวยดอกไม้ (กรวยดอกไม้ ออกเสียงตามกลุ่มชาติพันธุ์ว่าสรวยดอกไม้) เทียน ตลอดจนการเลี้ยงในโอกาสสำคัญ เช่น บ้านห้วยทรายขาว ตำบลห้วยโก๋น จังหวัดน่าน เลี้ยงผีบรรพบุรุษร่วมกับงานพิธีกินดอกด้ายดอกแดง เพื่อขอบคุณที่ดลบันดาลให้ผลผลิตเจริญงอกงามพอเลี้ยงครอบครัว
ส่วนบ้านขุนน้ำลาด ตำบลงอบ จังหวัดน่าน ทำพิธีเลี้ยงผีบรรพบุรุษพร้อมกับพิธีเลี้ยงผีสร้อย ซึ่งเป็นการเลี้ยงผีประจำหมู่บ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข รวมทั้งกรณีที่ลูกหลานเจ็บป่วยจะเลี้ยงผีบรรพบุรุษเพื่อให้อาการเจ็บป่วยหาย และเมื่อหายแล้วจะเลี้ยงผีอีกครั้ง การเลี้ยงเมื่อกลับมาจากการทำงานต่างถิ่นเป็นการเลี้ยงแก้บน เพื่อแสดงความขอบคุณผีบรรพบุรุษที่ช่วยปกปักรักษาให้อยู่ดีมีสุข และก่อนที่จะเดินทางกลับไปทำงานก็จะมีการบนบานสานกล่าวอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ลูกหลานได้มีโอกาสกลับมาเลี้ยงแก้บน ได้กลับมาพบปะกันในครอบครัวอย่างต่อเนื่องทุกปี
การเลี้ยงผีบรรพบุรุษเป็นพิธีกรรมในระดับครอบครัว และระดับตระกูล เรือนแต่ละหลังจะมีหอผี หรือหิ้งผีของตนเอง เช่น บ้านห้วยหมี ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน การเลี้ยงผีบรรพบุรุษ คือ ผีปู่ย่าตายาย หรือผีสะมอย (ภาษาลัวะเรียกว่า “ปร็องสะมอย”) “ปร็อง” แปลว่า ผี “สะมอย” แปลว่า ปู่ยาตาทวด ที่รวมผีในตระกูลตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ลูกหลานต้องเลี้ยงผีด้วยไก่และหมูสลับกันไปในแต่ละปีที่กำหนด ที่เรือนจะตั้งศาลผีไว้ด้านนอกในตำแหน่งที่อยู่เหนือระดับเรือนขึ้นไป (ต่างจากผีเรือนของลัวะปรัยเมืองไชยสถาน แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว ตั้งอยู่ที่ฝาในเรือน) ที่บ้านห้วยหมีตั้งศาลผีไว้นอกเรือนลักษณะเป็นตูบ (กระท่อม) หลังเล็กมุงหญ้าคา เรียกว่า ตูบผี มีความสูงประมาณ 1 เมตร
ส่วนที่บ้านขุนน้ำลาด ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน หากเป็นผีบรรพบุรุษที่เป็นต้นตระกูล หรือผีเก๊าจริง ๆ จะมีกำหนดเลี้ยงหมูอย่างน้อยในปีหนึ่ง คือ เลี้ยงไก่ 3 ปี ปีที่ 4 เลี้ยงหมู หากไม่เลี้ยงหมูก็เลี้ยงด้วยกวางคำ หรือสุนัข เป็นชื่อพิธีกรรมว่าเลี้ยงผีเก๊าข้าว คือ เอาหมูไปทำพิธีเลี้ยง
การเลี้ยงผีบรรพบุรุษเนื่องในโอกาสอื่นๆ
การเลี้ยงผีบรรพบุรุษของชาวลัวะ ยังมีที่เลี้ยงเฉพาะบางช่วงเวลาที่ไม่สามารถกำหนดเวลาแน่นอนได้ อาทิ กรณีทำความผิด กรณีเจ็บป่วย เป็นต้น
กรณีที่ลูกหลานคนใดในสายตระกูลทำความผิด ต้องไปทำพิธีเลี้ยงที่เรือนเก๊า (เรือนต้นตระกูล) ผู้ที่ทำพิธีเป็นหมอผี ทำหน้าที่สื่อสารกับผีบรรพบุรุษ เพื่อบอกว่าลูกหลานคนใดทำความผิดอะไร และต้องเลี้ยงด้วยอะไร เช่น ไก่คู่ โดยคนที่ทำความผิดต้องจัดหาของมาเลี้ยงตามที่ผีต้องการ เพื่อทำการขอขมาแก่ผีบรรพบุรุษ และขอโทษคนในตระกูล ถือเป็นการให้โอกาสแก่คนทำความผิดด้วยการตัดสินความจากคนในตระกูลเดียวกันผ่านผีบรรพบุรุษ
หากคนในตระกูลไม่สบายต้องไปถาม “หมอเมื่อ” เพื่อถามว่าผีต้องการอะไร ผีจะสื่อสารผ่านทางหมอเมื่อ เพื่อทำหน้าที่บอกต่อกับลูกหลานว่าผีทักกินอะไร (ต้องการให้เลี้ยงอะไร) ประธานผีในเรือนจะเรี่ยไรเงินมาเลี้ยงผีด้วยของที่ผีต้องการจะกิน แต่หากคนในตระกูลทำผิดเพียงคนเดียวต้องเลี้ยงผีเอง ไม่ถือว่าต้องเลี้ยงโดยส่วนรวม หากผู้ใดไม่ได้ทำความผิดไม่ต้องเลี้ยง
การเจ็บป่วยของคนในตระกูลบางครั้งเชื่อว่าเกิดจาก “ตั๊กกินขวบ” คือ เมื่อถึงเวลาแล้วไม่เลี้ยง หรือเลยเวลาเลี้ยงไปแล้ว ผีจะมาทักให้เลี้ยงโดยการทำให้คนในตระกูลเจ็บป่วย หากถามเมื่อแล้ว หมอเมื่อจะบอกให้ทุกคนทราบ และทำพิธีเลี้ยงตามที่หมอเมื่อรับรู้ผ่านผีมาบอก
กรณีศึกษาการถามเมื่อในหมู่บ้านห้วยหมี ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน คือคนที่อยู่ในสายตระกูลเดียวกันมีหลายหลังคาเรือน หากผู้ใดไม่สบายให้นำสรวยดอกไม้ไปหาหมอเมื่อ หมอเมื่อรับขันไปทำนายด้วยวิธีการหยิบข้าวสารเสี่ยงทายว่าเป็นจำนวนคู่หรือคี่ พร้อมกับอธิษฐาน เช่น เมื่ออธิษฐานแล้วหยิบได้เมล็ดข้าวสารเป็นจำนวนคู่ หมายถึงสิ่งที่ได้กล่าวไว้ก่อนอธิษฐานนั้นเป็นความจริง หากจับได้เป็นจำนวนเลขคี่ แสดงว่าสิ่งที่ได้กล่าวไว้นั้นไม่เป็นความจริง ให้ตั้งจิตอธิษฐานพร้อมกับกล่าวเรื่องใหม่และเสี่ยงทายอีกครั้ง หากความปรากฏออกมาว่ามีความผิดอะไร ให้แม่ฮีตหรือแม่ก๊กนำสรวย เทียน ไปบอกกล่าวที่ตูบผี ให้ผีบรรพบุรุษดูแลรักษาทุกคน ในกรณีนี้หากมีสะใภ้ หรือเขยมาอยู่เป็นสมาชิกใหม่ใหม่ ต้องบอกกล่าวให้ผีบรรพบุรุษรับรู้ โดยแม่ฮีต หรือแม่ก๊ก ที่เป็นแม่เฒ่าเจ้าเรือนเป็นผู้ไปบอกกล่าว
ความเปลี่ยนแปลงของการเลี้ยงผีบรรพบุรษของลัวะในจังหวัดน่าน
ปัจจุบันแม้ว่าการเลี้ยงผีบรรพบุรุษยังคงดำเนินอยู่ในทุกตระกูล และทุกหลังคาเรือน แต่ความเชื่อดังกล่าวได้ลดบทบาทลงไป เนื่องจากมีการเปลี่ยนไปนับถือศาสนาพุทธ โดยการนับถือพุทธศาสนาเข้ามาในช่วงเวลาใดไม่ชัดเจน สันนิษฐานได้ว่าอาจเป็นการผสมผสานทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อ ไทยวน(คนเมือง) ที่อยู่ใกล้เคียง โดยการนับถือพุทธศาสนามีลักษณะผสมผสานกับความเชื่อเรื่องผี
ส่วนบทบาทของศาสนาคริสต์ที่เข้ามาในหมู่บ้านลัวะเมืองน่าน ในลักษณะของมูลนิธิ การเผยแพร่ศาสนามีผู้นำมาชวนให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ ทำให้บางครอบครัวหันไปนับถือศาสนาคริสต์ที่เข้ามาในพื้นที่ โดยมีการให้ความช่วยเหลือด้านชีวิตความเป็นอยู่ เช่น บ้านห้วยทรายขาว ตำบลห้วยโก๋น จังหวัดน่าน พบว่าชาวบ้านที่นับถือคริสตศาสนาพากันเข้าโบสถ์ในวันพุธและวันอาทิตย์ ในชุมชนมีโบสถ์สองแห่ง การเปลี่ยนศาสนาในปัจจุบัน (พ.ศ.2562) มีมากกว่าร้อยละ 50 ของคนในชุมชน ทำให้การเซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษลดความสำคัญลงด้วย (สัมภาษณ์ นางคำ หอมดอก วันที่ 28 มีนาคม 2562)
พิธีกรรมการเลี้ยงผีบรรพบุรุษของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในเมืองเชียงใหม่
พิธีกรรมการเลี้ยงผีบรรพบุรุษของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในเมืองเชียงใหม่ ยังคงสืบทอดกันมาอย่างเคร่งครัด เช่น ในบ้านบ่อหลวง ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด มีพิธีเลี้ยงผีละมาง คือ ผีบรรพบุรุษ โดยความเชื่อเรื่องผีละมางต้องทำพิธีเลี้ยงทุกปี การเลี้ยงผีละมาง ต้องเลี้ยงด้วยควาย ในช่วงออกพรรษา
โอกาสในการเลี้ยง เช่น เกิดความผิดปกติในครอบครัวลูกหลานเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่เสมอ ต้องทำพิธีดูเมื่อ (ลงทรง) แล้วเจ้าทรงบอกให้ลูกหลานทำพิธีเลี้ยงควายหนึ่งตัว ครอบครัวนั้นต้องจัดพิธีเลี้ยงตามนั้นแล้วลูกหลานจะหายจากการเจ็บป่วย ซึ่งคนในหมู่บ้านยืนยันว่าทางการแพทย์ไม่สามารถให้คำอธิบายได้
การเลี้ยงผีละมางจะทำพิธีของแต่ละครอบครัว หากจัดเลี้ยงด้วยกันเป็นเรื่องตระกูลก็เรียกคนทั้งตระกูลมาทำด้วยกัน
โดยมีตูบผีสำหรับทำพิธีเลี้ยงผีละมาง ซึ่งมีเครื่องพิธีอันประกอบไปด้วย
ส่วนของเลี้ยงในพิธี เพื่อบอกกล่าวแก่ผีละมาง ได้แก่ สันในกับซี่โครงเอามาแขวนที่เรือน พร้อมเนื้อใส่ถุง
ลาบควาย 1 ชุด เครื่องในควายที่ต้ม 2 ชุด ชุดที่ 1 วางด้านล่าง อีกชุดวางบนเรือน ไก่ตัวผู้ตัวเมีย ต้ม อย่างละ 1 ตัว เหล้า 1 ขวด ห่อใบตอง แกงเนื้อควาย1 ถ้วย ข้าวสวย1 ถ้วย หัวควาย ไม้ขีดไฟ และไม้เกี๊ยะ (ไม้สนสำหรับจุดไฟ)
พิธีเลี้ยงผีบรรพบุรุษที่บ้านมืดหลอง ตำบลทับ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นงานประจำปี เรียกว่าการตานไปหา คล้ายการอุทิศส่วนกุศล จัดขึ้นในเวลาที่ตานข้าวใหม่ช่วงหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว โดบจะเลี้ยงเพื่ออุทิศให้พ่อแม่ บรรพบุรษผู้ล่วงลับ จัดเลี้ยงที่ศาลาข้างเสาสะกาง หรือที่เรีกว่า “หยู” ทุกหลังคาเรือน โดยถือว่าหยูเป็นที่สถิตของวิญญาณหรือผีของกลุ่มตระกูล เยืองมะพลอง บ้านมืดหลอง
ส่วนความเชื่อเรื่อง “การเลี้ยงผี” เพื่อระลึกถึงผู้ตาย เช่น ตายครบเวลาหนึ่งเดือน ต้องเลี้ยงไก่ที่ไหนก็ได้ เช่น เลี้ยงหน้าบ้าน เลี้ยงในบ้าน เลี้ยงที่หยู และฆ่าลูกหมูตัวผู้หนึ่งตัว สำหรับเลี้ยงผี หลังจากนั้นเป็นหมูตัวแม่อีกหนึ่งตัว ถ้ามีฐานะสามารถฆ่าควายเพื่อเลี้ยงหรือทำบุญไปให้ เมื่อเสร็จพิธีแล้วลูกหลานสามารถนำเนื้อสัตว์เหล่านั้นมากินร่วมกันได้ พร้อมเลี้ยงญาติพี่น้องให้ได้เลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ หลังจากนั้นก็แล้วแต่เจ้าภาพว่าจะเลี้ยงอีกเมื่อไหร่ อาจจะครบรอบ 100 วัน หรือครบรอบ 2-3 เดือนแล้วแต่ลูกหลานจะกำหนดวันเวลาในการทำพิธีเลี้ยงผี
ทั้งนี้การเดินทางของคนในหมู่บ้าน หากจำเป็นต้องออกไปจากหมู่บ้าน ให้บอกกล่าวกับผีบนที่อยู่ในป่าอนุรักษ์ ให้ผีคุ้มครองให้ลูกหลานเดินทางปลอดภัย ผู้บอกกล่าวต้องนำสวยดอกไม้ไปบอกคล้ายกับหน้าที่ของผีบรรพบุรุษที่คุ้มครอง
โดยสรุปแล้วความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษยังคงอยู่กับทุกกลุ่มชาติพันธุ์ ต่างกันเพียงรายละเอียดในการทำพิธีเลี้ยง ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้คุ้มครอง และแสดงความขอบคุณ
การนับถือผีบรรพบุรุษทำให้เกิดความเชื่อเรื่องระบบการดูแลสมาชิกในสายตระกูลให้ประพฤติดี หากทำผิดแล้วจะถูกผีบรรพบุรุษลงโทษ เช่น ทำให้ผู้เฒ่าผู้แก่ในตระกูลเจ็บป่วยต้องดูเมื่อ หรือถามเมื่อเพื่อให้รู้เหตุของการเจ็บป่วยนั้น ลูกหลานที่กระทำผิดจะเป็นที่รับรู้ของทุกคนในตระกูล ต้องทำพิธีเลี้ยงผีเพื่อขอขมา ความเชื่อเรื่องหมอเมื่อเป็นการสนับสนุนผีบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นระบบควบคุมคนในตระกูลให้เกรงกลัวการทำผิด อยู่ร่วมกันด้วยความสามัคคีช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
สุวิภา จำปาวัลย์. 2562. รายงานฉบับสมบูรณ์เรื่องการปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และลาว. กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).