เรือมตร๊ด

16089 ครั้ง |

ชื่อเรียกอื่น : ตรุษสงกรานต์
เดือนที่จัดงาน : เมษายน
เวลาทางจันทรคติ : เดือน 5
สถานที่ : บ้านภูมิสตึง ต.ตาเบา อ.ปราสาท จ.สุรินทร์
ภาค / จังหวัด : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
: สุรินทร์
ประเภท : ประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์,ประเพณีเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองและเพื่อสิริมงคล
ประเพณีที่เกี่ยวข้อง :
คำสำคัญ : ตรุษ,ตรุษสงกรานต์,บุญแคเจตร,รำตรุษ,เขมร
ผู้เขียน : พัทธนันท์ โอษฐ์เจษฎา
วันที่เผยแพร่ : 16 ส.ค. 2559
วันที่อัพเดท : 20 ก.ย. 2560

ประเพณีเรือมตร๊ด(ตรุษ) ตรุษสงกรานต์ ประเพณีเขมรถิ่นไทย

            สังคมวัฒนธรรมอีสานใต้ ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และจังหวัดใกล้เคียง มีกลุ่มประชากรกว่าร้อยละ 60 ใช้ภาษาเขมรและมีวัฒนธรรม ความเชื่อ จารีตและขนบต่างๆ เป็นอัตลักษณ์เฉพาะ แต่ในแก่นแกนความเชื่อของวีถีเหล่านั้น ล้วนมีความคล้ายคลึงกับกลุ่มชนอื่นๆ ในประเทศไทย ที่ยึดโยงอยู่กับพุทธศาสนา และพิธีกรรม ความเชื่ออันเกี่ยวเนื่องถึงบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไป ซึ่งถือปฏิบัติสืบเนื่องจนกลายเป็นประเพณีปฏิบัติ และเป็นเครื่องมือสำคัญในการยึดโยงความเป็นชุมชนให้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขมาช้านาน

            ภายหลังจากฤดูกาลเก็บเกี่ยว ข้าวขึ้นฉาง ลูกหลานออกเหย้าออกเรือนในช่วงต้นปีไปแล้ว เมื่อย่างเข้าเดือน 5 (แคเจตร) ซึ่งตรงกับช่วงปลายเดือนมีนาคม ถึงเดือนเมษายน ในสังคมวัฒนธรรมเขมรถิ่นไทยจะถือกันว่าเป็นช่วงที่ทุกคนต้องทำบุญกิริยาและสาธารณะกุศล

            วัน 1 ค่ำเดือน 5 โดยภาพรวมของชาวสุรินทร์คือวันเริ่มต้นการทำบุญกิริยา ในหลายหมู่บ้านจะเริ่มหยุดงาน และในวันนี้จะเป็นวัน “บ็อนเลิงพนม” (บุญขึ้นเขา) ซึ่งศูนย์กลางประเพณีในท้องถิ่นในอดีตจนถึงปัจจุบันคือเขาสวาย ในพื้นที่ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ วันนี้ผู้คนจะเดินเท้าเพื่อไปสักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขา เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โดยเชื่อว่าการได้มาเดินเท้าขึ้นเขานั้นจะนำมาซึ่งพลานามัยที่สมบูรณ์ และความเจริญก้าวหน้าในชีวิต ในขณะเดียวกันสำหรับผู้ที่ไม่ได้มาบุญขึ้นเขาก็จะเริ่ม “ตอมตู๊จ” (หรือ หยุดเล็ก หมายถึง การหยุดสั้นๆ เป็นเวลา 3 วัน นับจากวันขึ้น 1 ค่ำเดือน 5 ถึง 3 ค่ำ เดือน5 ) เป็นเวลา 3 วัน โดยหยุดจากภารกิจการงานส่วนตน มาทำงานของส่วนรวมในช่วงเวลานี้สมาชิกแต่ละชุมชนจะทำการสำรวจตรวจตราสิ่งของ อาคารสถานที่ ข้าวของเครื่องใช้สาธารณะ เพื่อนำมาซ่อมแซมบำรุงให้อยู่ในสภาพที่ดี ในวันขึ้น 4 ค่ำ ถึง 7 ค่ำ ก็จะทำงานของตนเอง กระทั่งในวัน ขึ้น 8 ค่ำ จะเริ่ม “ตอม” อีกครั้ง เรียกกันว่า “ตอมธม” (หรือ หยุดใหญ่ หมายถึง การหยุดภารกิจการงานช่วงเวลายาว 7 วัน นับตั้งแต่วันขึ้น 8 ค่ำ-14 ค่ำ เดือน 5) ซึ่งครั้งนี้จะตอมไปกระทั่งวันขึ้น 14 ค่ำ เดือนห้า ก่อนจะฉลองสงกรานต์ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 5 ในช่วงเวลานี้เองที่มีการละเล่นที่สำคัญที่ถือปฏิบัติมาคือการ “เรือมตร๊ด หรือ รำตรุษ” เพื่อขอบริจาคจากสมาชิกในชุมชน ไปทำบุญหรือทำนุบำรุงข้าวของเครื่องใช้ สถานที่อันเป็นของส่วนรวมซึ่งในอดีตวัดคือสถานที่อันเป็นศูนย์กลางกิจกรรมรวมของชุมชน

 

บุญเดือน 5 เรือมตร๊ด ของชาวตำบลตาเบา อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์

            สำหรับชาวตำบลตาเบา อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ประเพณีบุญเดือน 5 ยังคงมีการถือปฏิบัติสืบเนื่องต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะผ่านช่วงเวลาที่ลุ่มๆ ดอนๆ ประเพณีเกือบจะขาดหายไป แต่คนในชุมชนก็สามารถสืบทอดประเพณีต่อมาจนถึงปัจจุบัน

            นาถ ชูชื่นบุญ และสุริยะ ธนิกุล ผู้นำชุมชนและเป็นผู้สืบทอดการละเล่นเรือมตร๊ดและประเพณีบุญเดือน 5 ได้สะท้อนว่าประเพณีนี้แต่เดิมเกือบจะหายไปจากชุมชนแล้ว แต่มีพระครูโสภณบุญญกิจ (หลวงพ่อกัน กตปุญโญ) เจ้าคณะอำเภอปราสาท เจ้าอาวาส วัดอมรินทราราม บ้านตาเตียว ซึ่งท่านได้ละสังขารแล้ว เป็นผู้สนับสนุนให้มีการสืบสานประเพณีต่างๆ ให้คงไว้ไม่ให้ขาดหาย เมื่อรุ่นของตนเองเป็นผู้นำในชุมชนจะปล่อยให้สูญหายไปก็ละอายแก่ใจ จึงมีการสืบทอดการร้องการเล่นจากผู้เฒ่าผู้แก่ไว้ แม้จะร้องได้ไม่ดีเท่าคนรุ่นก่อนก็ตาม

          ประเพณีเดือนห้าของชาวตำบลตาเบา ในอดีตเริ่มต้นตั้งแต่ 1 ค่ำเดือน 5 เช่นเดียวกัน แต่ทุกวันนี้โดยมากจะเริ่มตอนตอมธม (ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 5- 14 ค่ำ เดือน5) ในตำบลตาเบาจะมีความพิเศษคือหลายหมู่บ้านจะมาทำพิธีฉลองสงกรานต์ที่วัดอมรินราราม โดยแต่ละหมู่บ้านจะเริ่มเล่นตร๊ด กันตั้งแต่ 8 ค่ำ บางหมู่บ้านเล่นวันเดียว บางหมู่บ้านเล่น สองวัน สามวัน ตามแต่สะดวก ส่วนหนึ่งที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจาก แม่เพลงเรือมตร๊ดมีน้อยลงและผู้นำพิธี ซึ่งเรียกว่า “ตังเคา” มีน้อยคนเช่นกัน การเรือมตร๊ด ก็เพื่อขอบริจาคทาน ในอดีตบางบ้านให้ทานเป็นเงินทอง บางบ้านให้ไก่ ให้เส้นไหม ให้ผ้าไหม เก็บรวบรวมไว้ไปถวายวัด แต่ทุกวันนี้มักบริจาคเป็นเงิน เป็นน้ำ เครื่องดื่ม เหล้า เบียร์ เพื่อให้กับคณะเรือมตร๊ดและนำเงินและสิ่งของบริจาคไปเพื่อกิจสาธารณะ ซึ่งแต่ละชุมชนมีการแบ่งสันปันส่วนเงินบริจาคเข้ากองทุนบำรุงหมู่บ้าน กองทุนเด็กเล็ก และถวายวัด ในขั้นตอนการละเล่นเรือมตร๊ดมีรายละเอียดดังนี้

 

การเรือมตร๊ด เป็นหนึ่งในการละเล่นในบุญแคเจตร แต่มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการละเล่นเพื่อให้คนมีส่วนร่วมในการบริจาคทานเพื่อสาธารณประโยชน์

 

องค์ประกอบของขบวนเรือมตร๊ด

  1. ตังเคา คืออาจารย์ผู้นำพิธี ที่จะเป็นคนรับบริจาค ต้องสามารถสวดมนต์เพื่อทำน้ำมนต์ประพรมอวยพรให้แต่ละบ้านที่ต้อนรับขบวนตร๊ดได้
  2. แม่เพลง      คือผู้นำร้องเพลงตร๊ด
  3. ลูกคู่ คือ ทุกคนที่ร่วมขบวนเรือมตร๊ด ต้องร้องเพลงตร๊ดตามแม่เพลง
  4. ดนตรี ประกอบด้วยกลอง ฉิ่ง หรือฉาบ หลายแห่งต้องมีปันแซร (เครื่องดนตรี ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อทำให้เกิดเสียง ใช้ไม้ด้ามยาว ยอดทำเป็นไม้ไขว้และผูกโยงเชือก ประดับริ้วกระดาษสี แขวนกระป๋องหรือวัสดุที่ทำให้เกิดเสียง ใช้กระทุ้งนำขบวนเรือมตร๊ด) หรือเครื่องดนตรีอื่นๆ ที่มีในชุมชน  ปัจจุบันมีเครื่องเสียงใส่รถเข็ญตามเป็นองค์ประกอบเพิ่มเติม
  5. ดอกไม้ธูปเทียน  ใส่ขันหรือภาชนะ เพื่อรับบริจาค

 

ขั้นตอนการเล่น

เมื่อถึงวันนัดหมาย แม่เพลงและตังเคาจะนัดรวมพลกัน ณ จุดใดจุดหนึ่ง ของหมู่บ้าน เพื่อทำพิธีไหว้ครูเพลงก่อนที่จะเริ่ม ซึ่งการไหว้ครูเพลงจะประกอบด้วยพานดอกไม้ธูปเทียน (ขัน 5) และเหล้า ตังเคาจะเป็นผู้ประกอบพิธีให้ จากนั้นตังเคารดน้ำมนต์และอวยพรให้คณะเรือมตร๊ด แม่เพลงจะร้องเพลงสามรอบก่อนจะนำขบวนออกไปรับบริจาคทานจากแต่ละบ้าน หลังจากนั้นขบวนจะเดินไปตามบ้านต่างๆ เมื่อถึงหน้าบ้านที่พร้อมจะรับคณะตร๊ด แม่เพลงจะเริ่มร้องเพลงเพื่อขอเข้าบ้าน ขอรับบริจาค จากนั้นตังเคาจะเดินเข้าบ้านเพื่อไปรับบริจาคในบริเวณที่เจ้าบ้านจัดไว้ให้

การจัดเตรียมของเจ้าบ้าน บริเวณนอกบ้าน ต้องตั้งถังน้ำไว้ เพื่อไว้รับคณะเรือมตร๊ด ให้คณะเรือมตร๊ดสามารถรำไปเรื่อยๆ รอบถังน้ำนั้น จนกว่าตังเคาจะทำพิธีรับบริจาคเสร็จ ส่วนภายในบ้าน เตรียมดอกไม้ธูปเทียน น้ำดื่ม น้ำหวาน หรืออื่นๆ ตามศรัทธาเพื่อมอบให้กับคณะเรือมตร๊ดโดยมรตังเคาเป็นผู้รับ

เมื่อตังเคาสวดมนต์ ประพรมน้ำมนให้พรเจ้าบ้าน เจ้าบ้านจะต้องนำแป้งมาทาให้ตังเคา และออกมาทาแป้งให้คณะเรือมตร๊ดด้านนอก จากนั้นน้ำในถังที่เตรียมไว้ก็จะนำมารดกันสนุกสนานท่ามกลางความร้อนระอุ จากนั้นแม่เพลงก็จะเริ่มร้องเพลงลาเจ้าบ้านพร้อมทั้งอวยชัยให้พรเจ้าบ้านให้นาได้ข้าวทำอะไรให้โชคดี ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบทุกบ้าน สำหรับเจ้าบ้านที่รับคณะเรือมตร๊ดเชื่อกันว่าจะนำพาความอุดมสมบูรณ์และความโชคดีมาให้แก่บ้านนั้นๆ

เมื่อเข้าสู่วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ถือว่าเป็นวันฉลองสงกรานต์ เช้าวันนี้ที่วัดดอมรินราราม คลาคล่ำไปด้วยผู้คนจากหลายหมู่บ้าน พิธีสงฆ์เริ่มขึ้นจากนั้นทำพิธีฉลองสงกรานต์ และแห่พระสงกรานต์รอบศาลาวัด การแห่นี้ผู้มาร่วมงานแต่ละคนจะทำธง เรียกว่า “การดอดตวง” โดยจะแห่ธงรอบศาลา 3 รอบจากนั้นจะนำธงมาปักรอบกองทรายและหิ้งพิธีที่ทำไว้เพื่อบูชาเพทยา นางฟ้า ผีบรรพบุรุษ พระแม่ธรณี  

บ่ายวันเดียวกัน คณะเรือมตร๊ดจากแต่ละหมู่บ้านจะนำปัจจัยต่างๆ ที่ได้รับบริจาคมา แห่มารวมกันที่วัด บรรยากาศครื้นเครง จากนั้นจะทำการถวายปัจจัย ภายหลังจะทำพิธีสรงพระ โดยมีพิธีอัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะนำมาสรงพระและรดน้ำดำหัวผู้อาวุโสตามลำดับ ในอดีตนั้นวันฉลองสงกรานต์จะสนุกสนานมากเพราะมีการละเล่นทั้งเรือมอันเร สะบ้า โชง ฯลฯ การละเล่นเหล่านี้เล่นยาวไปจนถึงวันแรม 14 ค่ำ เดือน 5 ซึงเป็นวันส่งท้ายสงกรานต์ เรียกว่า “แห่โดนจังการน” ซึ่งเชื่อกันว่าบรรพบุรุษทั้งหลายได้ลงมาวันสงกรานต์วันนี้ต้องส่งปู่ย่าตายายกลับภูมิภพ ต้องมีกรทำข้าวปลาอาหารส่งให้บรรพบุรุษอย่างอุดมสมบูรณ์ ในวันนี้มีการละเล่นเรือมอันเร สะบ้า ฯลฯ อย่างสนุกสนานเป็นการส่งท้าย ก่อนจะทำบุญตักบาตรในวันรุ่งขึ้น เป็นอันสิ้นสุดประเพณีบุญเดือน 5 ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลผลิตรอบใหม่

 


บรรณานุกรม

แดง  ชมดี. เอกสารบุคคล. มปป.

พูน  สามสี. เอกสารบุคคล. มปป.

เป๊อะ สัญจรดี. สัมภาษณ์. เมษายน 2559

นาถ ชูชื่นบุญ.สัมภาษณ์. เมษายน 2559

สุริยะ ธนิกุล.สัมภาษณ์. เมษายน 2559

นนท จันทร์เพ็ญ.สัมภาษณ์. เมษายน 2559

เดี๋ยน ธานีพูน.สัมภาษณ์. เมษายน 2559  


https://www.youtube.com/watch?v=F2FVqgVNEng