วันอัฏฐมีบูชา

6512 ครั้ง |

ชื่อเรียกอื่น : วันอัฐมีบูชา, วันแห่กวด, วันแห่กวดแห่ตะไล, วันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า
เดือนที่จัดงาน : พฤษภาคม
เวลาทางจันทรคติ : วันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 (หรือวันแรม 8 ค่ำ เดือน 7 ในปีอธิกมาส)
สถานที่ : วัดใหม่สุคนธาราม
ภาค / จังหวัด : ภาคกลาง
: นครปฐม
ประเภท : ประเพณีตามเทศกาล หรือประเพณี 12 เดือน
ประเพณีที่เกี่ยวข้อง :
คำสำคัญ : วันอัฏฐมีบูชา, ตะไล, กวด, นครชัยศรี
ผู้เขียน : สุพิชชา นักฆ้อง
วันที่เผยแพร่ : 29 ส.ค. 2559
วันที่อัพเดท : 29 ส.ค. 2559

ประเพณีอัฏฐมีบูชา วัดใหม่สุคนธาราม

“วันอัฏฐมีบูชา” หรือ “วันอัฐมีบูชา” เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง เป็นวันที่พุทธสาวกและพระภิกษุ 500 รูป พร้อมกันถวายพระเพลิงพระบรมศพพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ มกุฏพันธนเจดีย์ เมืองกุสินารา ตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือนวิสาขะ (เดือน 6) หลังจากพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว 7 วัน หรือกล่าวได้ว่าวันอัฏฐมีบูชาเป็นการบำเพ็ญกุศลบูชาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลังจากวันวิสาขบูชาแล้ว 8 วัน (โครงการหนังสือและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ มปป. : 18)

วันอัฏฐมีบูชา หรือวันแรม 8 ค่ำเดือน 6 ของทุกปี (วันแรม 8 ค่ำเดือน 7 ในปีอธิกมาส) จึงเป็นอีกวันหนึ่งที่ชาวพุทธระลึกและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การสูญเสียพระบรมสรีระแห่งองค์พระบรมศาสดายังเป็นการเตือนสติให้ดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท ระลึงถึงธรรมสังเวช และเข้าใจถึงความจริงทั้งหลายตามกฎของไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีการเกิดขึ้น ดำรงอยู่ และดับไป

การจัดงานวันอัฏฐมีบูชาในประเทศไทยอาจไม่เป็นที่แพร่หลายนัก ในราชสำนักไทยปัจจุบัน ปรากฏในการพระราชพิธีในเดือนหก “พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า” ทั้งนี้ ไม่มีหลักฐานปรากฏว่าก่อนสมัยรัตนโกสินทร์มีการประกอบพระราชพิธีนี้หรือไม่ แต่เดิมการพระราชพิธีนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แยกพระราชพิธีนี้ออกมา โดยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงพระราชอุทิศและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชวงศ์เสด็จไปทรงจุดเทียนรุ่งบูชาพระรัตนตรัยพระอารามหลวง 7 อาราม ประกอบด้วย วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัดบวรนิเวศวิหาร วัดนิเวศธรรมประวัติ วัดบรมนิวาส และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (กรมศิลปากร 2543 ; โครงการหนังสือและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ มปป. : 18 ; มูลนิธีเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ 2559)

ในส่วนของพิธีชาวบ้าน จะมีการประกอบพิธีเพียงบางวัด ตามแต่ความศรัทธาของแต่ละท้องถิ่น ส่วนใหญ่จะเป็นการทำบุญ ตักบาตร เทศน์กัณฑ์ แสดงธรรม และเวียนเทียน เช่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก วัดด่าน กรุงเทพฯ วัดพระธาตุนารายณ์เจงเวง จ.สกลนคร วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ เป็นต้น แต่ที่มีการกล่าวถึงและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมีเพียง 2 แห่ง คือวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง จ.อุตรดิตถ์ และวัดใหม่สุคนธาราม จ.นครปฐม ที่สืบทอดประเพณีวันอัฏฐมีบูชามามากกว่า 100 ปี

 

วัดใหม่สุคนธารามกับประเพณีอัฏฐมีบูชา

วัดใหม่สุคนธาราม ตั้งอยู่หมู่ 5 ต.วัดละมุด อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ริมคลองบางพระ ลำน้ำสาขาของแม่น้ำนครชัยศรี ตามประวัติระบุว่าก่อตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.2364 โดยพระคงได้ชักชวนราษฎรที่มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคทรัพย์สร้างเสนาสนะต่างๆ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.2422 โดยมีลำดับรายนามเจ้าอาวาสดังนี้ (องค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด และสภาวัฒนธรรมตำบลวัดละมุด 2558 : 9)

          รูปที่ 1 หลวงพ่อคง                 พ.ศ.2364       

          รูปที่ 2 หลวงพ่อหอม

          รูปที่ 3 หลวงพ่อแสง อินทโชติ     พ.ศ.2433-2435

          รูปที่ 4 หลวงพ่อเบี้ยว ปทุมรตฺน   พ.ศ.2436-2496

          รูปที่ 5 หลวงพ่อสังวาลย์           พ.ศ.2496-2497

          รูปที่ 6 หลวงพ่อย้อย อินฺทโร      พ.ศ.2508-2530

          รูปที่ 7 หลวงพ่อเชื้อ สิริปญฺโญ    พ.ศ.2531-2545

          รูปที่ 8 พระครูวนกิจโสภณ        พ.ศ.2545-ปัจจุบัน       

คณะสงฆ์และบรรพชนของวัดใหม่สุคนธารามให้ความสำคัญกับวันอัฏฐีมีบูชามาช้านาน มีการจัดเป็นประเพณีประจำปีที่สำคัญของท้องถิ่น แต่ไม่ทราบประวัติที่แน่ชัดว่าเริ่มจัดมาตั้งแต่เมื่อใด ต่อเมื่อนายอาทร สูญจันทร์ (2559) เข้ามารับตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุดเมื่อ พ.ศ.2555 จึงได้เริ่มสืบหาที่มาของประเพณีนี้อย่างจริงจัง เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นประเพณีที่สืบทอดมาอย่างยาวนานในท้องถิ่น เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร เป็นหนึ่งเดียวในภาคกลาง

ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่และจากเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น เอกสารจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หนังสือประวัติวัดละมุดของ น. ณ ปากน้ำ ประวัติวัดในละแวกใกล้เคียง ฯลฯ ทำให้สืบย้อนไปได้ว่า การจัดงานวันอัฏฐมีบูชาหรือวันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้าที่วัดใหม่สุคนธาราม มีมาอย่างน้อยตั้งแต่สมัยหลวงพ่อเบี้ยว ปทุมรตฺน เป็นเจ้าอาวาส ทางคณะทำงานจึงถือเอาปีที่หลวงพ่อเบี้ยวดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส คือ พ.ศ.2436 เป็นปีแรกที่เริ่มจัดงาน โดยได้ผ่านการทำประชามติจากชาวตำบลวัดละมุด อย่างไรก็ตามการจัดงานอาจมีมาก่อนหน้านั้น แต่ก็ไม่สามารถทราบได้แน่ชัด เนื่องจากไม่มีหลักฐานเพียงพอ (อาทร สูญจันทร์ 2559)

 

ประเพณีอัฏฐมีบูชา วัดใหม่สุคนธาราม พ.ศ.2559

วันอัฏฐมีบูชาใน พ.ศ.2559 ตรงกับวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม สำนักงานจังหวัดนครปฐม และองค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด ได้ร่วมกันจัดงานบุญประเพณีอัฏฐมีบูชาระหว่างวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2559  ณ วัดใหม่สุคนธาราม ในชื่อ “123 ปี อัฏฐมีบูชา” โดยมีกำหนดการอย่างเป็นทางการดังนี้

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม 2559

13.00 น.         ฟังเทศน์มหาชาติ 3 ธรรมมาส

19.00 น.         บรรยายธรรมโดยพระมหาวีรพล วีรญาโณ พระชื่อดังจากรายการธรรมะอารมณ์ดี

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม 2559

13.00 น.         ฟังเทศน์มหาชาติ 3 ธรรมมาส

19.00 น.         บรรยายธรรมโดยพระมหาสมปอง ตาลปุตตฺโต พระชื่อดังระดับประเทศจากรายการธรรมะเดลิเวอร์รี่

วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2559 (วันอัฏฐมีบูชา)

16.00 น.         ชมขบวนแห่พุทธประวัติ ชมการแสดงประกอบแสงสีเสียง และร่วมพิธีถวายพระเพลิงพระสรีระสังขารพระพุทธเจ้าจำลอง

นอกเหนือจากกำหนดการข้างต้น ยังมีกิจกรรมเนื่องในงานประเพณีอีกหลายส่วน ได้แก่ การบรรยายธรรม การแข่งขันตอบปัญหาธรรมะ แข่งขันสวดมนต์หมู่ ประกวดวาดภาพ ประกวดภายถ่าย การแสดงพื้นบ้าน และการแข่งขันตะไลลอดบ่วง

บรรยากาศภายในวัดใหม่สุคนธารามในวันที่ 26-27 พฤษภาคม มีพุทธศาสนิกชนทั้งจากในพื้นที่และต่างถิ่นกว่า 100 คน รวมถึงผู้บริหารท้องถิ่น เข้าร่วมฟังเทศน์ฟังธรรมภายในเต็นท์ปะรำพิธีด้านหน้าหลวงพ่อใหญ่ (“หลวงพ่อใหญ่” หรือ “หลวงพ่อหิน” เป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ขนาด 6 เมตร 9 นิ้ว สลักด้วยหินทรายสีเขียวจากจังหวัดนครราชสีมา สร้างขึ้นในสมัยหลวงพ่อเชื้อเป็นเจ้าอาวาส อัญเชิญประดิษฐานบนแท่น 8 เหลี่ยม ณ วัดใหม่สุคนธารามเมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2542 พระพุทธรูปองค์นี้เป็นปูชนียวัตถุสำคัญ เป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระพุทธเจ้าในการจัดงานวันอัฏฐมีบูชาของทางวัด) ที่ประดิษฐานอยู่กลางแจ้งภายในบริเวณวัด ด้านข้างปะรำพิธีมีซุ้มจากหน่วยงานต่างๆ ร่วมแจกทาน

คืนวันที่ 27 มีขั้นตอนที่สำคัญคือการตกแต่งจิตกาธานด้วยงานแทงหยวกของคุณลุงบุญธรรม ฤทธิ์ศรีสันต์

ตั้งแต่ช่วงสายของวันที่ 28 ซึ่งตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 หรือวันอัฏฐมีบูชา ชาวตำบลวัดละมุดทุกหมู่ได้เริ่มตกแต่งขบวนรถของตนเองที่จะใช้เข้าร่วมขบวนแห่พุ่มผ้าป่าและขบวนแห่พุทธประวัติเข้าสู่วัดใหม่สุคนธาราม

จากการสังเกตการณ์การตกแต่งขบวนรถของหมู่ที่ 3 บริเวณหน้าที่ทำการ อ.บ.ต.วัดละมุด พบว่าเริ่มคึกคักมากยิ่งขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงบ่าย ผู้เข้าร่วมขบวนแห่และชาวบ้านได้มารวมตัวกันอย่างหนาตา ผู้เข้าร่วมขบวนพากันแต่งตัวและตกแต่งร่างกาย ชาวบ้านโดยเฉพาะผู้ชายได้เริ่มจุดกวดและตะไลเป็นที่สนุกสนาน จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.30 น. เริ่มมีขบวนจากหมู่อื่นแห่ผ่านที่ทำการ อ.บ.ต. เพื่อรอตั้งขบวนที่หน้าวัดใหม่ ชาวหมู่ 3 จุดพลุ กวด ตะไล ต้อนรับ (ประชันกัน) หลังจากนั้นขบวนแห่ของหมู่ต่างๆ ทั้งในตำบลวัดละมุด  2 หมู่ของตำบลศรีมหาโพธิ์คือบ้านใหม่และบ้านเกาะที่ตั้งอยู่ติดกับตำบลวัดละมุด และขบวนของผู้สนับสนุนการจัดงาน ก็เริ่มทยอยมาตั้งขบวนที่ถนนเทศบาล 1 หรือถนนบ้านกลาง-ไผ่ขาด (ทางหลวงชนบท นฐ1023) บริเวณปากซอยวัดใหม่อย่างพร้อมเพรียง

ขบวนแห่นอกจากจะมีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพานรวมถึงทศชาติแล้ว ยังมีขบวนการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม ฟ้อนรำต่างๆ แสดงหลักธรรมคำสอน นรกภูมิ ความเชื่อเรื่องผีสาง เช่น ผีกระสือ ผีกระหัง ขบวนที่มีเนื้อหาร่วมสมัย ล้อเลียนเหตุการณ์ปัจจุบัน เช่น เรื่องเกี่ยวกับลูกเทพ ภาพยนตร์หลวงพี่ 4G ผีกระหังที่ถือโล่กัปตันอเมริกา เป็นต้น ขบวนแห่ของทุกหมู่จะมีขบวนพุ่มผ้าป่าและการแสดงถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ บางขบวนมีรถแห่กวดตะไล และที่ขาดไม่ได้คือรถเครื่องเสียง

เวลาประมาณ 15.00 น. ขบวนแห่ได้เริ่มเคลื่อนเข้าสู่ซอยวัดใหม่และวัดใหม่ เริ่มจากขบวนพุทธประวัติตอนประสูติ ตามด้วยขบวนพานพุ่มผ้าป่าและกวดตะไลของหมู่ 1 ตำบลศรีมหาโพธิ์ ขบวนของโรงเรียนสอนขับรถ นครปฐม หนึ่งในผู้สนับสนุนการจัดงาน ขบวนของหมู่ 4 หมู่ 5 ตำบลวัดละมุด ที่นำเสนอความมีจิตบริสุทธิ์ของเด็กที่เปรียบเสมือนผ้าขาว การฟ้อนรำพื้นบ้าน พุทธประวัติตอนออกผนวช ขบวนของหมู่ 1 หมู่ 2 นำเสนอการแต่งกายพื้นบ้าน พระเวสสันดรชาดก ขบวนเครื่องดนตรีไทย พุทธประวัติตอนทรงผจญมาร นางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาส และตรัสรู้

ตามด้วยขบวนคณะบ้านใหม่ บ้านดอนเจดีย์ และบ้านเกาะ ตำบลศรีมหาโพธิ์ มีการรำเซิ้งสวิง ขบวนพุ่มผ้าป่า พุทธประวัติตอนประสูติ ผจญมาร โปรดปัญจวัคคีย์ ขบวนล้อเลียนคนเล่นหวยจนหมดเนื้อหมดตัว ภาพยนตร์หลวงพี่4G ขบวนจำลองงานบวชลูกแก้วและเครื่องดนตรีของชาวลัวะ จังหวัดเชียงราย (ชาวลัวะ จากตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย ได้อพยพย้ายถิ่นมาทำงานที่สวนกล้วยไม้ในตำบลวัดละมุดหลายครอบครัว และมีจิตศรัทธาจะถวายผ้าป่าและร่วมขบวนแห่วันอัฏฐมีบูชาด้วย)

หลังขบวนชาวลัวะเป็นขบวนของบ้านทุ่งศาลา มีขบวนรำเซิ้ง รำกินรี พุ่มผ้าป่า พุทธประวัติตอนพญามารวัสวดีทูลเชิญเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน รถแจกทาน (กล้วยทอดและน้ำอ้อย) ขบวนแห่ปีนต้นงิ้ว ผีกระสือห้อยตัวไปมาอยู่บนรถเครน ตามด้วยคณะวัดบัว นำเสนอชุดมัทรี คณะพุ่มผ้าป่านายฮะ รถดนตรีไทย ขบวนนักเรียนรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ขบวนล้อเลียนลูกเทพ ขบวนผีกระหังที่มีเด็กๆ ทาตัวสีดำห้อยโหนโบกกระด้งบนต้นไม้ ปิดท้ายด้วยขบวนนรกภูมิของหมู่ 3

ประมาณ 16.30 น. ขบวนทั้งหมดแห่มาถึงวัด จากนั้นจึงเริ่มพิธีการภายในปะรำพิธีหน้าหลวงพ่อใหญ่ นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ประธานในพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย นายอำเภอนครชัยศรีกล่าวต้อนรับ นายอาทร สูญจันทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด กล่าวรายงาน ประธานในพิธีกล่าวเปิด พระศรีวิสุทธิวงศ์ เจ้าคณะอำเภอบางเลน ประธานฝ่ายสงฆ์กล่าว ประธานในพิธีลั่นฆ้อง จากนั้นเป็นการแสดงประกอบแสงสีเสียงเรื่อง มหาปรินิพพานวันอัฏฐมีบูชา โดยโรงเรียนวัดลำเหย อำเภอดอนตูม แสดงเสร็จประมาณ 17.30 น.

จากนั้นเป็นพิธีเวียนเทียนประทักษิณรอบหลวงพ่อใหญ่ ขบวนเวียนเทียนเริ่มจากเครื่องดนตรี ปี่และฆ้อง ที่คนเล่นแต่งตัวด้วยชุดสีขาวคล้ายพราหมณ์ ตามด้วยขบวนพานพุ่ม พระปางปรินิพพานองค์เล็กประดิษฐานบนคานแคร่คนหาม ขบวนคณะสงฆ์ ปิดท้ายด้วยพุทธศาสนิกชน

เมื่อเวียนเทียนครบ 3 รอบ คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนเข้ามานั่งภายในปะรำพิธี พร้อมทั้งอัญเชิญพระปางปรินิพพานองค์เล็กขึ้นประดิษฐานบนจิตกาธาน พระสงฆ์สวดมนต์ รวมถึงบทสวดคำบูชาวันอัฏฐมีบูชา จากนั้นประธานฝ่ายสงฆ์กล่าว เมื่อกล่าวเสร็จจึงขึ้นไปวางดอกบัวเป็นเครื่องสักการะที่ด้านหน้าแท่นประดิษฐานหลวงพ่อใหญ่ ตามด้วยคณะสงฆ์ ประธานในพิธี และพุทธศาสนิกชน เป็นอันเสร็จพิธี ประมาณ 18.15 น. ประธานฝ่ายสงฆ์ พระสงฆ์ ประธานในพิธี เดินทางกลับ

หลังจากนั้นเป็นช่วงของการแสดงทางวัฒนธรรมบนเวทีที่ตั้งอยู่ภายในวัด และการแข่งขันพลุตะไลที่ท้ายวัด ใกล้กับโรงเรียนวัดใหม่สุคนธาราม (ปิ่นรัตนราษฎร์) ช่วงก่อนการแข่งขันมีการประกาศเสียงตามสายรับสมัครทีมเข้าแข่ง จนกระทั่งปิดรับสมัครประมาณ 19.30 น. การแข่งขันพลุตะไลมีลักษณะการแข่งขันคล้ายตะกร้อลอดบ่วง โดยให้ผู้เข้าแข่งขันถือตะไลของตนเองแล้วจุดเล็งให้ตะไลพุ่งขึ้นเข้าไปในสุ่มไก่ที่แขวนอยู่ด้านบน เหนือพื้นประมาณ 6 เมตร ผู้ชนะคือผู้ที่ตะไลพุ่งเข้าสุ่มมากที่สุด

เป็นที่น่าสังเกตว่าตลอดงานตั้งแต่เริ่มตระเตรียมขบวนแห่ในช่วงบ่าย เคลื่อนขบวน ประกอบพิธี เวียนเทียน จนถึงเสร็จพิธีในช่วงเย็น มีการจุดพลุ กวด ตะไล ไฟพะเนียง ตลอดงาน จนถึงช่วงค่ำที่มีการแข่งขันพลุตะไล

นายทองงาม ชูสูงทรง และนายสายธาร ชูสูงทรง (2559) ชาวบ้านหมู่ 3 ผู้ทำกวดมาร่วมงานในปีนี้ ให้ข้อมูลว่า การจุดพลุ กวด ตะไล ตลอดงานนั้น ก็เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยได้ทำกวดมาร่วมงานทุกปี ออกค่าใช้จ่ายเอง ปีนี้ทำกวดมา 100 ลูก ต้นทุนอยู่ที่ลูกละ 25 บาท ส่วนดินเชื้อที่ใช้ทำนำมาจากวัดใหม่สุคนธารามที่พระและชาวบ้านได้ร่วมกันตำก่อนหน้าวันงานประมาณ 1 สัปดาห์ ชาวบ้านที่ทำพลุ กวด ตะไล ก็จะไปแบ่งมาแล้วผสมส่วนประกอบอื่นๆ เพิ่มเติมกันตามสูตรของแต่ละบ้าน โดยสูตรของนายทองงามต้องผสมไม้จามจุรี (ก้ามปู) ลงไปในดินเชื้อ ซึ่งปฏิบัติกันมาในครอบครัวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

วิธีการทำกวดโดยทั่วไปในสมัยก่อนจะใช้วัสดุจากธรรมชาติทั้งหมด เช่น ไม้ไผ่ ต้นอ้อ น้ำผึ้ง ถ่าน กำมะถัน และดินปะสิว

นายทองงาม ชูสูงทรง (2559) ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในอดีต งานอัฏฐมีบูชาที่วัดใหม่จะมีพลุหลากหลายชนิดมากกว่าปัจจุบัน มีทั้ง กวด ตะไล ตื้อ จอก โด่ และพลุไทยที่มีเสียงดัง แต่ช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาที่ทางจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมจัดงาน จึงได้ลดเหลือเพียงกวดและตะไลเป็นหลัก รวมทั้งลดขนาดให้เล็กลง เพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัย เมื่อก่อนกวดจะมีขนาดใหญ่และหางยาวมาก ตัวกวดทำจากกระบอกไม้ไผ่ ตอนจุดต้องพาดกับต้นไม้หรือต้นตาล คล้ายบั้งไฟ ขณะที่ปัจจุบันตัวกวดทำจากท่อพีวีซีพันกับต้นอ้อ มีน้ำหนักเบา ตอนจุดจะใช้กับอุปกรณ์อีกอย่างหนึ่ง ทำจากต้นอ้อหรือไผ่ คล้ายคันเบ็ด ติดห่วง โดยนำกวดใส่เข้าไปในห่วงแล้วถือแหงนขึ้นตามองศาที่ต้องการ แล้วจุดกวดให้พุ่งขึ้นไป นายทองงามย้ำว่าต้องจุดไปในทิศทางที่ไม่มีบ้านคน เช่น สวนหรือท้องนา แต่หากพลุ กวด ตะไล ไปตกที่บ้านคนแล้วก่อให้เกิดความเสียหายก็จะไม่มีใครโกรธ เนื่องจากชาวบ้านเข้าใจกันดีว่าเป็นของถวายเพื่อเป็นพุทธบูชา

 

อดีต-ปัจจุบัน อัฏฐมีบูชาวัดใหม่สุคนธาราม 

นายก อ.บ.ต.วัดละมุด นายอาทร สูญจันทร์ (2559) เล่าว่า ชาวตำบลวัดละมุดส่วนใหญ่เป็นคนในท้องถิ่นนครชัยศรี ตั้งแต่ครั้งเป็นเมืองนครชัยศรี มีบ้างที่อพยพมาจากจังหวัดสุพรรณบุรีและส่วนอื่นของจังหวัดนครปฐม โดยอพยพมาตามแม่น้ำนครชัยศรีและคลองสาขา

เดิมตำบลวัดละมุดเป็นส่วนหนึ่งของตำบลโพรงเข้ แขวงเมืองนครชัยศรี ต่อมาเมื่อมีการแบ่งการปกครองใหม่ ตำบลโพรงเข้จึงเปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า ตำบลวัดละมุด ขึ้นกับอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

ประเพณีสำคัญของชาววัดละมุดส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องในพุทธศาสนา รวมถึงประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นคือประเพณีอัฏฐมีบูชา

ในสมัยก่อนเมื่อถึงวันแรม 8 ค่ำเดือน 6 ชาวตำบลวัดละมุดจะแต่งขบวนพุ่มผ้าป่า ขบวนพลุ ดอกไม้ไฟ กวด ตะไล ไฟพะเนียง แห่กันมาโดยเกวียนเทียมวัว จุดพลุตะไลตลอดการเดินแห่ เมื่อเสร็จพิธีในวัดก็จะนำพลุตะไลไปจุดหลังวัดเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชาวบ้านจะเรียกวันนี้ว่า “วันแห่กวด” หรือ “วันแห่กวดแห่ตะไล” เพิ่งจะเปลี่ยนมาเรียกวันดังกล่าวว่า “วันอัฏฐมีบูชา” เมื่อ 20-30 ปีที่ผ่านมานี้ ต่อมาขบวนแห่ก็เปลี่ยนมาใช้รถไถและรถยนต์รถบรรทุกในปัจจุบัน

การจัดขบวนแห่ สมัยก่อนชาวบ้านจะจัดกันเองแห่กันเองตามสภาพ ชาวบ้านศรัทธาวัดใดก็จะไปถวายพุ่มผ้าป่าที่วัดนั้น ในละแวกนี้ก็จะมีชาวบ้านใหม่ บ้านเกาะ เขตติดกับศรีมหาโพธิ์ บ้านกลาง ไผ่ขาด โพรงเข้ ก็จะแต่งขบวนมาถวายพุ่มที่วัด (อาทร สูญจันทร์ 2559) ที่มาถวายที่วัดใหม่สุคนธารามจะมีบ้านวัดบัว วัดละมุด ทุ่งศาลา ดอนเจดีย์-บ้านใหม่ (นายทองงาม ชูสูงทรง และนายสายธาร ชูสูงทรง 2559)

เมื่อขบวนแห่มาถึงวัดก็จะแห่โลงจำลองตั้งบนจิตกาธาน (ตัวจิตกาธานจะมีการประดับด้วยงานแทงหยวก เริ่มขึ้นในสมัยหลวงพ่อย้อย เจ้าอาวาสรูปที่ 6 ที่ได้ฝึกลูกศิษย์ให้หัดแทงหยวกกล้วยสำหรับใช้ตกแต่งเชิงตะกอนที่ใช้เผาศพ ซึ่งก็สืบทอดต่อกันมาในครอบครัวจนถึงปัจจุบันก็คือครอบครัวของคุณลุงบุญธรรม ฤทธิ์ศรีสันต์) หลวงพ่อก็จะสวดถวายพระพุทธเจ้า เมื่อสวดเสร็จพระก็จะวางดอกไม้ ตามด้วยชาวบ้าน เหมือนกับพิธีเผาศพของคนธรรมดาที่วางดอกไม้จันทน์ จากนั้นจุดไฟเผาพระพุทธเจ้าจำลอง

จนกระทั่งเมื่อ 10-20 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานราชการเริ่มให้ความสำคัญกับงานประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่น นายสุนทร แก้ววิจิตร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม และนายกเทศบาลนครปฐมในขณะนั้น ได้เริ่มให้งบประมาณสนับสนุนการจัดงานประเพณีอัฏฐมีบูชาที่วัดใหม่ หลังจากนั้นสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐมก็เข้ามา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็เริ่มเห็นความสำคัญ เข้ามาสังเกตการณ์ แล้วบรรจุลงในปฏิทินการท่องเที่ยวของจังหวัด จากนั้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐมก็เข้ามาช่วยเหลือ จัดสรรงบประมาณให้ตามสภาพในแต่ละปี ท้ายสุดจังหวัดนครปฐมเข้ามาสนับสนุนเมื่อปี 2556 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดท่านก่อน นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ท่านจัดสรรงบประมาณยุทธศาสตร์ลงมาผ่านทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม เพื่อสนับสนุนการจัดงาน 500,000 บาท ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ประเพณีอัฏฐมีบูชาของตำบลวัดละมุดก็ถูกบรรจุอยู่ในแผนงบประมาณของทางจังหวัดอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งปัจจุบันในสมัยของท่านผู้ว่าฯ ชาติชาย อุทัยพันธ์ และทางคณะทำงานก็ได้เริ่มตีประเด็นเรื่องความเก่าแก่ของประเพณีเมื่อปี 2557 ในงาน “121 ปี อัฏฐมีบูชา”

เมื่อมีงบประมาณในการดำเนินงานมากขึ้น มีหน่วยงานภายนอกให้การสนับสนุนและช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์มากขึ้น ก็ทำให้มีพุทธศาสนิกชนจากต่างถิ่น นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เข้าร่วมงานประเพณีมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อส่วนกลาง ททท. หน่วยงานราชการภายนอก รวมถึงผู้รู้ได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดงาน ก็ได้มีข้อเสนอแนะถึงความเหมาะสมและไม่เหมาะสมต่างๆ ส่งผลให้งานประเพณีอัฏฐมีบูชาของชาวตำบลวัดละมุดเปลี่ยนแปลงไปในระดับหนึ่ง จากเดิมที่ชาวบ้านทำกันเอง แห่กันเอง เล่นกันเอง เป็นเรื่องภายในของชุมชน ก็ต้องสนใจและใส่ใจกับสายตาของคนภายนอกมากขึ้น มีการปรับภาพลักษณ์ ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และแนวทางบางอย่างให้เข้ากับยุคสมัย ยกตัวอย่างเช่น สมัยก่อนเมื่อมีขบวนแห่ ชาวบ้านจะทำอาหารและเครื่องดื่มมากันเอง รวมทั้งสุราพื้นบ้าน แต่เมื่อมีหน่วยงานและคนภายนอกชุมชนเข้ามาร่วมอาจเห็นว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นประเพณีในพระพุทธศาสนา ไม่ควรมีสุรายาเมา จึงได้ขอให้ชาวบ้านงดเรื่องนี้ลง

ส่วนเรื่องพลุตะไลที่เป็นของสำคัญคู่กับงานประเพณีนี้มาโดยตลอด โดยมีมานานมากแล้ว แต่ไม่ทราบที่มาที่แน่ชัดว่าเริ่มเล่นเมื่อใด หรือมาจากที่ใด แต่ก่อนพลุดอกไม้ไฟมีมากมายหลากหลายชนิดและมีขนาดใหญ่มากกว่าของปัจจุบัน ชาวบ้านจะทำกันเองในทุ่ง เอาดินพลุมาตำแล้วบรรจุลงบ้องไม้ไผ่ มีจัดแข่งระหว่างหมู่บ้านคล้ายกับแข่งบั้งไฟ คือของหมู่บ้านใดขึ้นได้สูงกว่า นานกว่า เป็นผู้ชนะ แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป มีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น จึงได้ลดขนาดพลุลง พลุบางอย่างต้องตัดออก เหลือเพียงกวดและตะไล วัสดุที่ใช้ทำก็เปลี่ยนจากไม้ไผ่เป็นท่อพีวีซี ก่อนหน้านี้มีเลือดตกยางออกจากพลุเกือบทุกปี บางปีมีผู้เสียชีวิต ประชากรและบ้านเรือนในปัจจุบันก็เพิ่มขึ้นมาก ไม่ได้มีแต่เรือกสวนไร่นาดังแต่ก่อน หากพลุตะไลไปตกลงบ้านคน อาจเกิดไฟไหม้หรือความเสียหายอื่นได้ ปัจจุบันจึงมีการกำหนดพื้นที่จุดพลุตะไล มีบ้างที่ตกใส่บ้านคน ทาง อ.บ.ต. ก็ต้องพาช่างออกไปซ่อมแซมหลังคาบ้านให้ แต่เจ้าของบ้านก็ไม่ได้โกรธเคืองหรือว่ากล่าว เนื่องจากเข้าใจดีว่าเป็นงานประเพณีบุญของชุมชน ส่วนการแข่งขันพลุตะไลเข้าสุ่มมีมานานหลายสิบปีแล้ว

เดิมงานประเพณีจะมีวันเดียว คือวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 มีขบวนแห่และถวายเพลิงพระพุทธเจ้าจำลอง จนเมื่อปี 2558 ได้ขยายการจัดงานออกเป็น 3 วัน คือวันแรม 6 ค่ำ ถึงวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 เหตุผลเพราะเป็นการขยายโอกาสให้พุทธศาสนิกชนทั้งภายในและภายนอกได้เข้าร่วมงานบุญ และทาง ททท. แนะนำว่าหากจะบรรจุงานประเพณีนี้เข้าสู่ปฏิทินการท่องเที่ยว ควรจัดเป็นงานเทศกาลที่ต้องมีระยะเวลาหลายวัน ทางคณะทำงานและชุมชนก็เห็นดีด้วยจึงจัดหาซุ้มที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา โรงทาน และร้านค้าต่างๆ มาร่วมงาน เพิ่มกิจกรรมการเทศน์มหาชาติในตอนบ่ายและเทศน์บรรยายธรรมโดยพระนักเทศน์ชื่อดังในตอนค่ำของวันแรม 6 ค่ำ และแรม 7 ค่ำ เดือน 6 คือก่อนวันอัฏฐมีบูชาทั้ง 2 วัน ผลตอบรับก็ค่อนข้างดี มีผู้เข้าร่วมงานมากขึ้น    

อีกสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือ ขบวนแห่ที่เดินแห่ระยะทางไกลขึ้น มีเนื้อหา และมีความสวยงามมากขึ้น ในสมัยก่อนขบวนแห่อาจไม่มีเรื่องที่ชัดเจน ชาวบ้านจะจัดกันเองตามแต่ศรัทธา แต่ในช่วงหลังขบวนแห่จะมีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับพุทธประวัติ บาปบุญคุณโทษ เพื่อให้สอดคล้องกับความหมายของวัน นอกจากนี้ยังมีขบวนล้อเลียนเสียดสีสังคม และที่เป็นไฮไลท์คือขบวนแห่ปิดท้ายของหมู่ 3 เรื่องนรกภูมิ ปีนต้นงิ้ว กระทะทองแดง ที่ชาวบ้านรอดูทุกปี แต่สิ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงคือขบวนแห่พานพุ่มผ้าป่าและพลุตะไล รวมทั้งการมีส่วนร่วมและความคิดสร้างสรรค์ของชาวบ้านในการตกแต่งขบวน ซึ่งทางผู้สนับสนุนงบประมาณไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายในเรื่องนี้

ในช่วงแรกมีชาวบ้านบางส่วนไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงประเพณีไปจากวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เคยปฏิบัติกันมา เพราะรู้สึกว่าประเพณีนี้เป็นของชุมชน หากภายนอกเข้ามาแล้วทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยน ก็ยินดีที่จะไม่รับงบประมาณ ชาวบ้านสามารถทำกันเองมาได้เป็นร้อยปี แต่เมื่อได้ทำความเข้าใจกันเรื่อยมา ชาวบ้านก็เริ่มเข้าใจ และยอมรับการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยและสังคมภายนอก ทั้งยังให้ความร่วมมือและสนับสนุนการจัดงาน

การจัดงานในแต่ละครั้ง แม้ว่าจะมีหัวเรี่ยวหัวแรงคือคณะทำงานจัดงานที่มีเจ้าอาวาสวัดใหม่สุคนธารามเป็นประธาน และคณะทำงานคือคนจาก อ.บ.ต. ผู้ใหญ่บ้าน 5 หมู่ของตำบลวัดละมุด ผู้ใหญ่บ้าน  2 หมู่จากตำบลศรีมหาโพธิ์ที่ได้ทำความร่วมมือกันระหว่างตำบล ตัวแทนจากโรงเรียน รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ในท้องถิ่น แต่คนทำงานจริงมีเป็นร้อยคน แยกย้ายกันไปทำงานตามหน้าที่ มีการประชุมเตรียมงาน 3-4 ครั้ง ก่อนงานประมาณ 1 เดือนจะจัดแถลงข่าว ทุกปีที่ผ่านมาจะจัดที่โรงแรมเวล ในตัวจังหวัดนครปฐม วันเดียวกับการประชุมสมาคมผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ของจังหวัด แต่ในปี 2559 นี้ ได้จัดแถลงข่าวในสถานที่จัดงานจริง คือที่หน้าหลวงพ่อใหญ่ วัดใหม่สุคนธาราม ซึ่งสื่อมวลชนก็ให้การตอบรับเป็นอย่างดี

ส่วนการจัดกิจกรรมอื่นๆ เนื่องในงานประเพณีจะมีเจ้าภาพรับผิดชอบแตกต่างกันไป เช่น โรงเรียนวัดใหม่สุคนธาราม (ปิ่นรัตนราษฎร์) เป็นเจ้าภาพการแข่งขันตอบปัญหาธรรมะและสวดมนต์หมู่ อ.บ.ต.วัดละมุดเป็นเจ้าภาพการจัดประกวดภาพถ่าย เป็นต้น

นายก อ.บ.ต.วัดละมุด ส่งท้ายว่า การจัดงานวันอัฏฐมีบูชาเกิดขึ้นจากความศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยริเริ่มหยิบยกเรื่องราวบางช่วงบางตอนในพุทธประวัติมาแสดงให้เห็นเป็นรูปธรรม การจัดงานเป็นประจำทุกปีจะทำให้คนรุ่นหลังๆ สำนึกและตระหนักถึงคติธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ความสำคัญของประเพณีท้องถิ่น หน้าที่ของทุกคนที่จะต้องกันรักษาประเพณีไว้เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น และยังเป็นการสร้างความรักความสามัคคีของคนในท้องถิ่นที่ทุกคนจะร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานให้สำเร็จลุล่วง แม้แต่ผู้ที่ไปทำมาหากินในท้องถิ่นอื่น เมื่อรู้ว่าที่วัดจัดงานวันใดก็จะเดินทางกลับมาบ้านเพื่อร่วมงานและเยี่ยมญาติพี่น้อง

 

ขอขอบพระคุณ

นายอาทร สูญจันทร์ (นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด) นายคำรณ ชูชะเอม (ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ตำบลวัดละมุดและประธานสภาวัฒนธรรมตำบลวัดละมุด) นายทองงาม ชูสูงทรง และนายสายธาร ชูสูงทรง (ชาวบ้านหมู่ 3 ตำบลวัดละมุด) องค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุดและเจ้าหน้าที่ทุกท่าน วัดใหม่สุคนธาราม  นายชำนาญ ส่งแสงทอง (ผู้จัดการฝ่ายวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย) และชาวตำบลวัดละมุด

 


บรรณานุกรม

กรมศิลปากร. (2543). พระราชพิธีในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร.

โครงการหนังสือและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ตามโครงการขุมทรัพย์จากหอสมุดแห่งชาติและหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. (มปป.). พระราชพิธีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช. กรุงเทพฯ : สำนักงานอุทยานการเรียนรู้. เข้าถึงเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559, จาก http://valuablebook2.tkpark.or.th/2015/7/flipbook.html

ทองงาม ชูสูงทรง และสายธาร ชูสูงทรง. (28 พฤษภาคม 2559). สัมภาษณ์. ชาวบ้านหมู่ 3 ตำบลวัดละมุด.

มูลนิธีเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์. (31 พฤษภาคม 2559). พระราชพิธีสิบสองเดือนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์. เข้าถึงเมื่อ 1 มิถุนายน 2559, จาก http://lek-prapai.org/home/view.php?id=849

ราชบัณฑิตยสถาน.  (2556).  พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน.

องค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด และสภาวัฒนธรรมตำบลวัดละมุด. 122 ปี อัฏฐมีบูชา ณ วัดใหม่สุคนธาราม ต.วัดละมุด อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม. โครงการอนุรักษ์ประเพณีวันอัฏฐมีบูชา. นครปฐม : องค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด, 2558.

อาทร สูญจันทร์. (27 พฤษภาคม 2559). สัมภาษณ์. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด.