| ชื่อเรียกอื่น | : |
|---|---|
| เดือนที่จัดงาน | : มิถุนายน |
| เวลาทางจันทรคติ | : วันที่ 7 -10 เดือน 5 ตามปฎิทินจีน |
| สถานที่ | : ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง |
| ภาค / จังหวัด | : ภาคกลาง : สมุทรสาคร |
| ประเภท | : ประเพณีเกี่ยวกับการทำมาหากิน,ประเพณีเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองและเพื่อสิริมงคล |
| ประเพณีที่เกี่ยวข้อง | : |
| คำสำคัญ | : ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง,เจ้าพ่อวิเชียรโชติ,การประมง,สมุทรสาคร |
| ผู้เขียน | : ปัณวัฒน์ ผ่องจิต |
| วันที่เผยแพร่ | : 30 ก.ย. 2559 |
| วันที่อัพเดท | : 20 ก.ย. 2560 |
วันและเวลาในการจัดพิธีกรรม
วันที่ 7 -10 เดือน 5 ตามปฎิทินจีน (ประมาณเดือนมิถุนายนของปฎิทินสากล)
วัสดุสิ่งของที่ใช้ในการประกอบพิธี
อุปกรณ์และสิ่งของอื่นๆ - ธูปดอกใหญ่ ประทัด เกี้ยวสำหรับแห่เจ้าพ่อ น้ำมนต์
เคื่องดนตรีและการแสดงในขบวนแห่ - เชิดมังกรเงิน มังกรทอง ขบวนธงทิว
ผู้ประกอบพิธีกรรม
เหล่าคณะลูกศิษย์เจ้าพ่อศาลเจ้าพ่อหลักเมือง โดยอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร
ลักษณะทางกายภาพของสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เจ้าพ่อหลักเมือง หรือ เจ้าพ่อวิเชียรโชติ มีลักษณะเป็น “เจว็ด” แกะสลักด้วยไม้โพธิ์เป็นรูปเทวดา หัตถ์ขวายกประทานพร หัตถ์ซ้ายถือพระขรรค์ อยู่ในท่ายืนประทับบนเกี้ยว มีกุมารน้อย 2 คน เป็นบริวารอยู่ด้านข้าง ความสูงประมาณ 1 เมตร
กิจกรรมในพิธี
- การแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร จะแห่ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยจะมีพิธีแห่ในวันที่ 2 ของการจัดงาน ซึ่งผู้ที่สนใจ
สามารถสมัครเข้าร่วมขบวนแห่ได้
- การแลกธูป ขณะที่ทำการแห่เจ้าพ่อนั้น ประชาชนที่มาร่วมงานจะใช้ธูปของตนเองแลกกับธูปของเจ้าพ่อที่ได้ทำการปักไว้ที่กระถางมาแลก เพื่อนำกลับไปบูชาที่บ้าน ซึ่งธูปนั้นถือว่าเป็นตัวแทนเจ้าพ่อหลักเมือง
- การแจกหมี่สิริมงคล จะแจกในวัดสุดท้ายของการจัดงาน ซึ่งถือว่าเป็นวันคล้ายวันเกิดของเจ้าพ่อหลักเมือง
- การแสดงมหรสพ สามารถชมฟรี มีการแสดงมากมาย อาทิ ภาพยนต์ ดนตรี งิ้ว ลิเก ฯ
ขั้นตอนในการทำพิธี
การแห่เจ้าพ่อหลักเมืองจะจัดขึ้นในวันที่ 2 ของการจัดงาน หรือวันที่ 8 เดือน 5 ตามปฎิทินจีน โดยจะเริ่มทำการแห่ประมาณ 9.00 น เมื่อถึงเวลาจะอัญเชิญเจ้าพ่อหลักเมืองประทับบนเกี้ยวและนำลงเรือประมง ซึ่งจะทำการแห่เจ้าพ่อหลักเมืองบนทางน้ำเป็นอันดับแรก เพื่อเป็นสิริมงคลกับชาวบ้านที่ประกอบอาชีพประมง โรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งติดอยู่ริมน้ำ รวมไปถึงชาวบ้านที่อาศัยอยู่ติดริมน้ำ
หลังจากแห่ทางน้ำเสร็จแล้วก็จะอัญเชิญเจ้าพ่อหลักเมืองขึ้นฝั่ง โดยจะแห่ไปขึ้นท่าน้ำที่ฝั่งท่าฉลอม คือท่าน้ำวัดแหลมสุวรรณาราม เมื่อเกี้ยวพิธีขึ้นมายังฝั่งท่าฉลอมแล้ว ก็จะเริ่มจัดริ้วขบวนแห่เจ้าพ่อ ซึ่งในริ้วขบวนนั้นจะประกอบไปด้วย รถน้ำมนต์ ขบวนธงทิว มังกรเงินมังกรทอง เกี้ยวเจ้าพ่อหลักเมือง เหล่าคณะลูกศิษย์และผู้เข้าร่วมเดินขบวน
จากนั้นก็เข้าสู่ช่วงพิธีแห่ทางบก โดยจะทำการแห่เจ้าพ่อหลักเมืองไปรอบตัวเมืองและตลาดมหาชัย ตลอดเส้นทางนั้นจะมีการพรมน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งผู้ที่ทำการพรมน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ผู้ร่วมพิธีนั้น คือ เหล่าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดสมุทรสาคร
ตลอดระยะทางของการแห่เจ้าพ่อนั้น หน้าบ้านแต่ละบ้านจะมีเครื่องเซ่นไหว้อยู่หน้าบ้านตนเอง บางบ้านจะต้อนรับเจ้าพ่อหลักเมืองด้วยการจุดประทัด อีกทั้งชาวบ้านทุกคนจะจุดธูปของตนเองรอเพื่อทำการแลกธูปกับเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อนำไปบูชา เชื่อว่าหากได้นำไปบูชาแล้วจะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและคนในครอบครัว
เมื่อเจ้าพ่อกำลังจะเสด็จผ่าน จะได้ยินเสียงหนึ่งพูดว่า “เจ้าพ่อเสด็จแล้ว คุกเข่าแล้วรวย” สาเหตุที่ต้องพูดอย่างนี้ เพื่อเป็นการปลุกใจและให้ผู้ที่มารอกราบไหว้ท่านนั้นอยู่อย่างเป็นระเบียบในท่าคุกเข่า
การแห่เจ้าพ่อใช้ระยะเวลานานพอสมควร จะแห่กันไปจนถึงช่วงบ่ายแก่ๆหรือถึงเย็น เมื่อแห่ไปรอบตามเส้นทางที่กำหนดแล้วก็จะอัญเชิญเจ้าพ่อหลักเมืองกลับมาประดิษฐาน ณ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาครเช่นเดิม
ในวันสุดท้ายของการจัดงานหรือตามปฎิทินจีนคือ วันที่ 11 เดือน 5 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดเจ้าพ่อ จะมีการผัดหมี่มงคลแจก ซึ่งชาวจีนนั้นถือว่า การผัดหมี่ในวันมงคลนั้นจะทำให้อายุมั่นขวัญยืน ร่ำรวยเงินทอง เมื่อผัดหมี่แจกในวัดคล้ายวันเกิดเจ้าพ่อ ประชาชนที่มาร่วมงานเมื่อรับประทานแล้วก็จะได้ความสิริมงคล อายุยืนยาว ร่ำรวยเงินทองตลอดปี
ในช่วงกลางคืนจะมีการแสดงมหรสพ เช่น การแสดงลิเก งิ้ว วงดนตรี การฉายภาพยนต์ ผู้ร่วมงานสามารถรับชมได้ฟรีซึ่งจะมีการแสดงแบบนี้ในทุกวันตลอดระยะเวลาของการจัดงาน
ความหมายของพิธี
เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ท่านเป็นที่เคารพของชาวจังหวัดสมุทรสาครเป็นอย่างยิ่ง ทุกคนต่างให้ความนับถือท่าน ซึ่งในทุกๆปีจะมีประชาชนผู้ที่ศรัทธามาร่วมขบวนแห่เป็นอย่างมาก พิธีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองนั้นไม่สามารถทราบได้ว่ามีมาตั้งแต่เมื่อไหร่และใครเป็นผู้ริเริ่มพิธีนี้
สาเหตุของการแห่เจ้าพ่อหลักเมืองทั้งทางบกและทางน้ำนั้น สืบเนื่องมาจากสมัยก่อนจะประกอบอาชีพประมงกันเสียส่วนใหญ่และมีประเพณีที่ยึดถือปฎิบัติต่อกันมา คือ ก่อนออกเรือจะต้องจุดประทัดทุกครั้งเพื่อความเป็นสิริมงคล และเมื่อแล่นผ่านหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมื่อไหร่ก็จะทำการบนบานศาลกล่าว ซึ่งเชื่อกันว่าการแห่เจ้าพ่อทางเรือนั้นจะช่วยทำให้การประมงดียิ่งขึ้น